ต่อจากตอนที่แล้วที่อยู่เราก็ล้มลงไปและมีอาการแปลก ๆ ทุกคนบนแพพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จากนั้นเราก็สามารถพูดได้หลายเสียง มีเสียงแทรกกันไปมาเรื่อย ๆ

คนบนแพนั้นได้ยินเหมือนกันทั้งหมด ยกเว้นตัวเราเองที่เหมือนวูบหลับไป ไม่รู้สึกตัวอะไรเลย และนี่คือเสียงที่ทุกคนได้ยินเหมือนกัน

เสียงผู้ชาย : กูจะเอามันไปอยู่แทนที่กู 

เสียงเด็กผู้หญิง : หนูอยากกินน้ำแดง

เสียงเด็กผู้ชาย : เอาน้ำแดงมาให้หนูกิน เอามาให้หนูอาบ

จังหวะนั้นทุกคนในแพรต่างก็กลัวเหมือนกันหมดว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเราถึงมีหลายเสียง

เสียงผู้ชาย : กูจะเอามันลงน้ำ

เสียงเด็กผู้หญิง : หนูไม่ปล่อยพี่หนูลงไปหรอก

แม่ด้วยความรักลูกเป็นไงเป็นกันกอดเราไว้แต่เราก็สะบัดจนแม่ลอยไปเลย แล้วเพื่อนแม่ที่เป็นผู้ชายตัวใหญ่ ๆ ประมาณ 10 คนมาช่วยกันล็อคเราไว้ แต่เราก็สะบัดจนหลุดหมด แม่บอกไม่รู้ไปเอาแรงมาจากไหน แม่บอกว่าเราพยายามจะลงไปในน้ำให้ได้ มันท่าไม่ดีแล้ว ทั้งกลัว ทั้งเป็นห่วงลูก แม่จึงตัดสินใจโทรให้เจ้าของแพรมาลากแพรเข้าฝั่งและหาตำหนักหมดผี หรือตำหนักร่างทรงอะไรก็ได้ที่มีอยู่แถวนั้น เพราะคิดอะไรไม่ออกแล้วจะไปโรงพยาบาลหมอก็ไม่น่าช่วยอะไรได้ จนโทรติดที่นึงเค้าก็ให้รีบไปหาแล้วตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 5 ทุ่มแล้วเราวูบไปหลายชั่วโมงเลยโดยที่ไม่รู้สึกตัวอะไรเลยเหมือนหลับปกติเลย ในขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายก็มีเสียงพูดขึ้นมาอีกแล้ว

เสียงผู้ชาย : กูจะฆ่ามัน กูจะเอามันไปให้ได้

เสียงผู้หญิง : พูดขึ้นมาว่า นี่ร่างทรงกู เลือดเนื้อกู ใครอย่ายุ่ง 

แค่นั้นแหละเสียงผู้ชายก็หายไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ของเขื่อนศรีนครินทร์ที่เป็นเพื่อนของแม่ก็พาเราและครอบครัวไปที่ตำหนักร่างทรงแหล่งหนึ่งในป่า ตอนนั้นเราก็ยังไม่รู้สึกตัวอะไรเลย พอถึงตำหนักเค้าก็ทำพิธีอะไรซักอย่าง แม่บอกว่าน่ากลัวมากน่าจะเป็นพิธีไล่ผี พอเค้าทำพิธีเสร็จแม่บอกว่าเราก็พูดภาษาอะไรก็ไม่รู้ ที่เราไม่เคยพูดและพูดไม่เป็นแน่ ๆ กับร่างทรงคนนั้น จากนั้นร่างทรงคนนั้นเค้าก็บอกกับแม่เราว่า 

ร่างทรง : กูไล่ผีผู้ชายที่จะมาเอาลูกมึงได้แล้วนะ ที่เหลือก็เหลือแต่ของลูกมึงเองที่มีอยู่กับตัวอยู่แล้ว

แม่ : ของอะไรคะ ไม่มีนะคะ

ร่างทรง : ยืนยันคำตอบว่าคิดดี ๆ ว่าหลายสิบปีก่อนเคยมีคนทักอะไรมา แล้วเค้าก็ให้น้องกุมารมาตามดูแลตั้งแต่วันนั้นจนถึงทุกวันนี้ ที่ลูกมึงลอดมาได้จนถึงทุกวันนี้เพราะเค้าช่วย แต่เค้าจะช่วยมากไม่ได้แล้วเพราะลูกมึงเริ่มโตแล้ว วิธีเดียวที่จะรอดไปได้คือต้องกลับไปหาตำหนักเก่าให้เค้าทำพิธีรับขันธ์ครูให้ ไม่อย่างนั้นลูกมึงตายแน่ แล้วเค้าก็บอกว่าไปหาให้เจอแต่ถ้าไม่เจอยังไงภายใน 3 วันมึงต้องกลับมาไม่งั้นไม่ลอดแน่ ๆ เพราะมันจ้องจะเอาลูกมึงอยู่มันตามไปทุกที่แน่

แม่ : เคยไปตำหนักจริงแหละตอนประมาณเราอนุบาล 2 ที่สมุทรปราการตอนนั้นชะตาเราขาดแม่ไปทำพิธีต่อชะตาให้ที่นั้น

แต่คือมันนานมากแล้วจนตอนนี้ลูกอยู่มอ 5 แล้วเค้าจะยังอยู่รึป่าว ร่างทรงก็ทำพิธีดูให้แล้วเค้าก็บอกว่าเค้ายังรอลูกมึงอยู่ที่เดิม เค้าไม่ได้ย้ายบ้านไปไหนเพราะเค้ารอลูกมึงอยู่

นี่คือน้องกุมารทั้ง 2 ที่ตามคอยดูแลเราตั้งแต่ยังเด็ก ๆ ชื่อน้องถุงเงินและน้องถุงทอง