ตอนเป็นวัยรุ่นใครๆก็มักจะดื้อกับพ่อแม่ เพราะเป็นช่วงที่เรามีอารมณ์มากกว่าเหตุผลยังไงหละ ไม่ชอบให้ใครมาสั่งหรือสอนให้เป็นอย่างนี้หรือทำอย่างนู้น จนทำให้ทะเลาะกันกับพ่อแม่ก็ว่าได้ ฉันไม่ใช่เด็กดื้อแต่เป็นเพียงแต่ชั่งเถียง ไม่ว่าใครจะว่าอะไรมาไม่ว่าผิดหรือถูก ฉันเป็นต้องเถียงให้ชนะไว้ก่อน ถ้าจะต้องแตกหักกับใครสักคนฉันก็ยอมนะเพราะตอนนั้นอารมณ์มันพุ่งพล่าน ฉันรู้สึกว่าฉันจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาดในการเถียงครั้งนี้ 

และคนที่ฉันเถียงด้วยบ่อยที่สุดก็คือแม่ของฉันนั่นเอง กับพ่อไม่ค่อยเพียงกันหรอกเพราะพ่อเป็นคนนิ่งๆเงียบๆ นานๆทีจะพูดออกมา แต่อย่าให้พ่อได้พูดเชียวมีเจ็บสะท้านถึงกระดูกดำแน่นอนเลยหละ แม่จะยอมฉันเสมอเพราะท่านคงรู้ว่าเถียงเด็กไปก็เสียเวลาเปล่าและเสียความรู้สึกด้วยแต่ฉันในตอนนั้นยังคิดไม่ได้ 

ยิ่งเป็นวัยรุ่นก็ยิ่งจะอยากหนีห่างจากพ่อแม่ ไม่ชอบที่จะต้องถูกบังคับให้ทำนู่นนี่ ฉันอยากตัดสินใจเองในทุกสิ่งจนทำให้มีเรื่องทะเลาะกันจนทำให้ฉันต้องไปเช่าหออยู่ใกล้ๆโรงเรียน ตอนนั้นฉันเรียนอยู่ชั้นมัธยม5 เป็นช่วงหุนหันพลันแล่นเลยทีเดียวหละ 

หลังจากเข้าอยู่หอพักเป็นวันแรกคนที่โทรมาหาฉันด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือก็คือพ่อ พ่อเสียใจมากที่ฉันตัดสินใจออกจากบ้านมา ฉันรู้สึกผิดแต่ก็ไม่ได้กลับไปเพียงแต่คุยกับพ่อให้เข้าใจถึงความรู้สึกฉันเองก็เท่านั้น สุดท้ายพ่อยอมแต่โดยดีให้ฉันได้ลองใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง แล้วใครจะรู้หละว่าวันนั้นเป็นวันที่ฉันทำพลาดที่สุดในชีวิต


มีคนเคยเตือนว่าหากต้องออกจากบ้านเพื่อมาอยู่หอแล้วเรียนนั้นมันอาจจะไม่ได้มีโอกาสกลับไปอยู่กับพ่อแม่อีกเลยนะ เพราะว่าเรียนจบก็ต้องหางานทำไม่มีโอกาสได้กลับไปอยู่แบบนั้นอีกแล้วหละ ทีแรกฉันไม่ได้รู้สึกอะไร รู้สึกแต่ว่าฉันชอบชีวิตอิสระที่เป็นอยู่ตอนนี้มาก จะทำอะไรก็ได้ ไปไหนก็ได้แถมไม่มีคนคอยบ่นด้วย แต่นานๆไปอาการคิดถึงบ้านเริ่มอออกมาให้ฉันได้รู้สึก ฉันนอนร้องไห้อยู่หลายคืนเพียงเพราะคิดถึงพ่อแม่ คิดถึงอาหารที่ตื่นมาก็มีวางพร้อมบนโต๊ะอาหารให้ทานได้เลย คิดถึงเสียงบ่นของแม่ว่าทำไมกินข้าวแล้วไม่ล้างจาน คิดถึงพ่อที่ไม่ว่าจะเดินผ่านห้องนั่งเล่นกี่รอบพ่อก็จะนอนอยู่ท่าเดิมๆทุกครั้ง คิดถึงพี่ชายที่เจอหน้ากันทีไรต้องกัดต้องทะเลาะกันอยู่เสมอ คิดถึงบรรยากาศที่บ้านที่ฉันไม่สามารถหาได้จากในเมืองที่ฉันอยู่แบบนี้แน่นอน

หลังจากวันที่ความรู้สึกทั้งหมดปะทะมาที่ตัวฉัน มันทำให้ฉันคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ไม่ให้วันข้างหน้าฉันต้องมานั่งรู้สึกผิดอะไรแบบนี้อีกต่อไปแล้ว ฉันพูดกับตัวเองเสมอว่าจะไม่พลาดมานั่งรู้สึกผิดอะไรแบบนี้อีกแล้ว ฉันจะทำให้ทุกๆวันของฉันมีแต่ความสุขไม่รู้สึกผิดกับใคร ฉันเปลี่ยนตัวเองจากคนที่ชอบเถียงพ่อแม่และต้องการแต่ชัยชนะเป็นไม่เถียงและตั้งใจเปิดใจรับฟังทุกคน จากเด็กที่ไม่ฟังพ่อแม่กลายเป็นว่าไม่ว่าพวกท่านพูดอะไรฉันจะรับฟังทุกคำ พ่อแม่อยากไปไหนฉันพร้อมจะพาไปทุกที่ เมื่อมีวันหยุดฉันมักจะกลับบ้านหาพ่อแม่และใช้เวลาว่างที่มีได้พูดคุยระบายกับพวกท่าน

ความสัมพันธ์ของฉันกับพ่อแม่หรือคนในครอบครัวถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ ฉันดีใจที่ตัวเองคิดและลงมือทำได้ทันก่อนที่อะไรๆจะสายไป หลังจากที่ฉันตัดสินใจทำสิ่งนี้ชีวิตของฉันมีความสุขและไม่เคยรู้สึกเสียดายอะไรอีกเลยเพราะฉันเต็มที่กับสิ่งที่ฉํนทำในทุกๆวันเพื่อที่ในอนาคตเมื่อมองย้อนกลับมามันจะไม่เหลือเรื่องอะไรที่ทำให้ฉันเสียใจได้อีก