ทัชมาฮาล

เรื่องราวที่ฉันเล่าเป็นหนึ่งในหลายตำนานของ ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล นอกจากนี้ยังมีตำนานเล่าว่า หลังจากทัชมาฮาลสร้างเสร็จแล้ว ชาห์จาฮันรู้สึกทึ่งในความงามของทัชมาฮาลและกลัวว่าสถาปนิก ผู้ร่วมออกแบบ และผู้สร้างจะออกแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามเช่นนี้อีกครั้ง เขาสั่งประหารชีวิต หรือตัดมือ ตัดขา ตัดตา และช่างทุกคนไม่มีโอกาสสร้างสรรค์งานที่สวยงามเช่นนี้อีก

นี่คืออนุสาวรีย์แห่งความรักอันยิ่งใหญ่ หรือเป็นที่ระลึกถึงการเสียชีวิตของผู้คนมากมายที่เสียชีวิตเพื่อบูชาความรักของตนเพียงผู้เดียว ซึ่งตามหลักศาสนาถือว่าคลาดเคลื่อนมาก และข้าพเจ้าก็คิดตามที่ท่านนี้ได้กล่าวไว้ แต่หากปราศจากความรักที่คลุมเครือของชาห์ชาฮันก็คงไม่มีทัชมาฮาล แหล่งมรดกโลกที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ที่มีความสวยงาม ยิ่งใหญ่ และอัศจรรย์ของโลกให้เราได้รู้จักเช่นนั้น

ทัชมาฮาลขัดแย้งกันทางความรู้สึก ขึ้นอยู่กับว่าใครมองจากมุมไหน หรือมองทั้งสองมุมแล้วใช้เป็นอุปมา

เมื่อทัชมาฮาลเรามาพูดถึงความงามของสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลกกันต่อไป ซึ่งนอกจากชาชานจะเลือกดีไซน์ที่ดีและสวยงามที่สุด ยังคัดสรรวัสดุที่ใช้ในทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน ทุกอย่างได้รับการออกแบบอย่างสมมาตร ทางเดินที่นำไปสู่อาคารเริ่มต้นด้วยสวนขนาดใหญ่ที่แบ่งออกเป็นสี่ส่วนสมมาตรด้วยลำธารสองสายที่สร้างจากหินอ่อน มีสปริงเป็นระยะในลำธาร ริมลำธารมีต้นสนปลูกเป็นแนวสวยงามนำสายตาไปยังตัวอาคาร

ตัวอาคารล้อมรอบด้วยหอคอยสุเหร่าทั้งสี่ด้าน ทางเข้าด้านหน้าของอาคารกลางเป็นหลังคาโค้งขนาดใหญ่ ขนาบข้างด้วยหลังคาโค้งขนาดเล็กทั้งสองด้าน และส่วนที่โดดเด่นที่สุดของทัชมาฮาลคืออาคารหินอ่อนสีขาวที่ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม ด้านบนสุดของอาคารประดับด้วยโดมขนาดมหึมา เส้นผ่านศูนย์กลาง 58 ฟุต โดมสูง 213 ฟุต ภายในห้องโถงกลางที่ใหญ่ที่สุดใต้โดมขนาดยักษ์นั่นเอง มีแท่นหินอ่อนของทั้งคู่วางเคียงข้างกัน แต่ศพจริงไม่อยู่ในโลงศพ แต่ถูกฝังอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินที่วางโลงศพไว้

สำหรับการตกแต่งและลวดลายนั้นเป็นเครื่องตกแต่งแบบอิสลาม ส่วนใหญ่จะมีอักขระบรรทัด ซึ่งสลักด้วยโองการต่าง ๆ จากอัลกุรอาน 22 Surah และยังมีรูปทรงเรขาคณิตและลวดลายดอกไม้ นอกจากนี้ยังมีหินมีค่าฝังอยู่บนผนัง

ชมทัชมาฮาลและฟังเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ ต้องไม่พลาดที่จะไปต่อที่ “ป้อมอักรา” (Agrs Fort) ซึ่งเป็นที่ประทับของชาห์ ชนกันจนตาย ป้อมปราการแห่งนี้ก็งดงามไม่แพ้กัน และยังได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย

ป้อมอัคราหรือพระราชวังอัครา ซึ่งมีป้อมล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ได้ถูกบันทึกว่ามีมาตั้งแต่ ค.ศ.1080 แล้ว ต่อมากษัตริย์อักบาร์ได้ทำการปฏิสังขรณ์และตกแต่งใหม่ด้วยหินทรายและศิลาสีแดงในปี ค.ศ.1565 ลักษณะของป้อมเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่โค้งแม่น้ำยมุนา ซึ่งถือเปมุมที่มองเห็นทัชมาฮาลได้สวยที่สุดก็ว่าได้

จากภายนอก กำแพงของป้อมปราการดูสูงและแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นกำแพงสองชั้นระหว่างกำแพงที่มีคูน้ำอยู่ตรงกลาง มีสะพานเชื่อมท่านให้เดินรอบป้อม ภายในกำแพงสูง 70 ฟุตแบ่งพระราชวังและพระราชวังอันงดงามออกเป็นสองส่วน สมัยก่อนเป็นกรมทหาร ลานชั้นนอกสำหรับข้าราชการและชั้นในเป็นที่ประทับของกษัตริย์และนางสนม

อาคารส่วนใหญ่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอัคบาร์ ที่ก่อตั้งเมืองอัคราขึ้นเป็นเมืองหลวง ศิลปะของป้อมอัครามีความงดงามอย่างวิจิตรบรรจง ผสมผสานทั้งแบบพุทธ ฮินดู และเปอร์เซีย พระราชวังของชาห์ Chanhan สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหมดหน้าแม่น้ำยมุนา เพื่อให้สามารถมองเห็นทัชมาฮาลได้ตลอดเวลาตามตำนาน

ก่อนหน้า : ทัชมาฮาล อนุสรณ์แห่งความรักหรือความตาย